กระจกธรรมดา หรือ กระจกโฟลต (Float Glass) เป็นกระจกแผ่นพื้นฐานที่ผลิตขึ้นจากการหลอมวัตถุดิบซิลิก้าและอบแผ่นกระจกด้วยวิธีทั่วไป มีคุณสมบัติโปร่งแสง พื้นผิวเรียบเนียน ให้มิติภาพสะท้อนที่สมบูรณ์ โดยในท้องตลาดมีความหนาให้เลือกตั้งแต่ 2 – 20 มิลลิเมตรขึ้นไป กระจกชนิดนี้ถือเป็นวัสดุตั้งต้นสำคัญที่นิยมนำไปแปรรูปต่อเป็นกระจกนิรภัยและกระจกประหยัดพลังงานชนิดต่างๆ
1. ประเภทของกระจกโฟลต
กระจกโฟลตที่นิยมใช้งานทั่วไปแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก:
- กระจกโฟลตใส (Clear Float Glass): กระจกใสโปร่งแสงที่ให้ภาพมองผ่านและภาพสะท้อนชัดเจนที่สุด ไม่บิดเบี้ยว ผิวกระจกดูดกลืนความร้อนน้อยมาก ทำให้ผิวกระจกไม่ร้อนอบอ้าวเมื่อต้องแดดจ้า เหมาะกับโชว์รูม ตู้แสดงสินค้า หรือห้องที่ต้องการเน้นทัศนียภาพภายนอก แต่มีประสิทธิภาพคัดกรองแสงต่ำ (เช่น ความหนา 12 มม. ตัดแสงได้เพียง ~8%) จึงไม่เหมาะกับพื้นที่ที่ต้องการความเป็นส่วนตัว
- กระจกโฟลตสี / กระจกสีตัดแสง (Tinted Float Glass): ผลิตโดยผสมโลหะออกไซด์ลงในเนื้อกระจก ช่วยดูดกลืนพลังงานความร้อนจากแสงแดดได้ประมาณ 40–50% และช่วยลดความจ้าของแสง ทำให้ภายในอาคารนุ่มนวลสบายตาและประหยัดไฟขึ้น แต่ผิวกระจกจะมีการสะสมความร้อนมากกว่ากระจกใส
2. ข้อดีและข้อเสีย
- ข้อดี: พื้นผิวราบเรียบ ให้คุณภาพแสงสว่างผ่านได้ดี และนำไปแปรรูปต่อเป็นกระจกประเภทอื่นได้หลากหลาย เช่น กระจกเทมเปอร์, กระจกลามิเนต, กระจกฉนวนความร้อน (IGU) และกระจกเงา
- ข้อเสีย: ปริแตกง่าย และลักษณะการแตกจะเป็นแผ่นปากฉลามที่มีความแหลมคมสูงอันตราย รวมถึงรับน้ำหนัก แรงดันลมในที่สูง และการเปลี่ยนอุณหภูมิฉับพลันได้จำกัด
3. ข้อควรระวังในการติดตั้งและใช้งาน
- หลีกเลี่ยงจุดเสี่ยงกระแทกและจุดที่มีอุณหภูมิสูง: เช่น การติดตั้งหน้าเตาไฟในห้องครัว
- ห้ามทาสีหรือติดกระดาษทึบบนผิวกระจก: เพราะจะส่งผลต่อการระบายความร้อน เสี่ยงต่อการแตกร้าว
- ข้อระวังเฉพาะกระจกสี: ไม่ควรให้ลมเย็นจากเครื่องปรับอากาศเป่ากระทบผิวกระจกโดยตรง และไม่ควรติดผ้าม่านหนาทึบชิดผิวกระจกจนไม่มีช่องถ่ายเทความร้อน เพราะกระจกจะสะสมความร้อนสูงจนแตกร้าวได้
กระจกธรรมดา หรือ กระจกโฟลตใส (Clear Float Glass) มีลักษณะเรื่องของ “สี” ที่สังเกตได้ 2 มุมมองหลัก ดังนี้ครับ:
- มองจากด้านหน้า (Face View): ใสโปร่งแสง
- เนื้อกระจกจะมีความใส โปร่งแสง ยอมให้แสงธรรมชาติส่องผ่านได้สูง มองทะลุผ่านได้ชัดเจน และให้ภาพสะท้อนที่เรียบเนียน ไม่บิดเบี้ยว
- มองจากขอบกระจก (Edge View): ติดสีเขียวอ่อน (Green Tint)
- หากมองตัดข้างหรือมองที่ ขอบแผ่นกระจก จะเห็นเป็น สีเขียวอมฟ้า หรือ สีเขียวอ่อน อย่างชัดเจน
- สาเหตุ: เกิดจากสารปนเปื้อนตามธรรมชาติของ ธาตุเหล็ก (Iron Oxide) ที่ผสมอยู่ในทรายแก้ว/ซิลิก้า (Silica) ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการหลอมกระจก
- ความหนาผันแปรตามสี: ยิ่งแผ่นกระจกมีความหนามากเท่าไร (เช่น 8 มม., 10 มม., 12 มม.) สีเขียวที่ขอบกระจกและเงาเขียวในเนื้อกระจกก็จะยิ่งเข้มชัดเจนขึ้นตามไปด้วย
💡 เกร็ดเพิ่มเติมสำหรับงานดีไซน์: หากต้องการกระจกที่ ใสบริสุทธิ์จริงๆ โดยไม่มีเงาสีเขียวอมที่ขอบ ในวงการสถาปัตยกรรมจะใช้กระจกประเภทพิเศษที่ เรียกว่า “กระจกใสพิเศษ” (Extra Clear Glass / Low-Iron Glass) ซึ่งเป็นกระจกที่สกัดธาตุเหล็กออกจนเหลืออยู่น้อยมาก ทำให้ขอบกระจกใสสะอาด เหมาะสำหรับโชว์รูม ตู้แสดงสินค้าแบรนด์เนม หรือตู้โชว์อัญมณีที่ต้องการให้มองเห็นสีของสินค้าได้ตรงความเป็นจริงที่สุด